สวัสดีครับ กลับมาพบกันอีกครั้ง
วันนี้มีทริปช่วงฤดูหนาวที่ผ่านมาที่เราสองคนเพิ่งกลับมาไม่นานมาเล่าสู่กันฟังกันครับ เราเคยมาเที่ยวที่ จ.ฟุกุชิมะ กันมาก็ 2 ครั้งแล้ว แต่ละครั้งก็มาไม่ซ้ำฤดูกันไป คราวนี้ได้มีโอกาสมาเที่ยวในช่วงฤดูหนาว แบบหิมะเน้นๆ นอกจากจะหนาวมากอย่างที่ไม่เคยเจอมาก่อน วิวก็สวยมากๆด้วยเช่นกัน

เลือกรับชมแบบคลิป หรือเลื่อนอ่าน blog ได้เลยครับ

ว่าแล้วก็…ออกเดินทางกันเลยดีกว่า

ที่นั่ง economy class ของ ANA นั่งสบาย กว้างขวาง

ครั้งนี้เราเลือกเดินทางด้วยสายการบิน ANA ไม่ต้องรีวิวอะไรมาก ของเค้าดีอยู่แล้ว อาหารอร่อย นั่งสบาย ที่นั่งกว้าง บริการดี ตามนั้นเลยครับ

เกล็ดหิมะเริ่มเกาะที่หน้าต่างเมื่อใกล้ landing

ประมาณ 5.30 ชั่วโมง เราก็เดินทางมาถึงที่สนามบินนาริตะ โตเกียว ที่คุ้นเคยกันดี จากตรงนี้เข้าเมืองโตเกียวก็แนะนำให้นั่งรถ Narita Express จะเร็วที่สุด สามารถเลือกลงได้หลายสถานีหลักๆเช่น ชินจูกุ โตเกียว อิเคะบุคุโระ และชิบุยะ เราเลือกใช้ JR East Pass (Tohoku Area) ในการเดินทางครั้งนี้

หิมะแรกของโตเกียวมาทักทายเมื่อมาถึง

ระหว่างนั่งรถเข้าเมือง มองออกไปได้เห็นหิมะแรกเร็วกว่าที่คิด เพราะปกติโตเกียวปีนึงจะมีเพียงไม่กี่วันที่หิมะตก วันที่เรามาถึงก็ตกพอดีเลย ขาวโพลนไปทั่วบริเวณโซนโตเกียวรอบนอก อากาศค่อนข้างหนาวครับ ประมาณ 0-2 องศาเลยทีเดียว

เตรียมเสื้อผ้าอุปกรณ์กันหนาวให้พร้อม จะได้เอาอยู่

จากสนามบิน Narita ให้เรานั่ง NEX มาลงที่สถานี Tokyo แล้วต่อรถไฟ Shinkansen ไปลงที่สถานี Koriyama จังหวัด Fukushima ตรงนี้ใช้เวลาประมาณ 90 นาที ตอนที่รับ JR Pass แนะนำให้จองที่นั่ง reserve seat ไว้เลยครับ จะได้ไม่ต้องเดินหาที่นั่ง

ผู้คนขวักไขว่ในสถานีโตเกียว
มาถึงแล้วสถานี Aizu Wakamatsu

จากสถานี Koriyama ให้ต่อรถไฟสาย JR Ban-etsu-West Line ประมาณ 70 นาที มาลงที่สถานี Aizu Wakamatsu ซึ่งเราจะใช้เป็นสถานีจุดศูนย์กลางการเดินทางเที่ยวของเราในทริปนี้ครับ

เส้นทางเที่ยวของเราใน EP.1 วันนี้!

แผนการเที่ยวของเราในวันแรกนี้ค่อนข้างเรียบง่าย เดินทางไม่ยาก ถ้าหากตั้งต้นที่สถานี Aizu Wakamatsu แล้วเราสามารถไปยังที่เที่ยวต่างๆได้ด้วยรถไฟเพียงต่อเดียวทำให้เดินทางได้สะดวกครับ ส่วนวันแรกนี้เราเริ่มต้นเที่ยวในเส้นทาง Yunokami onsen กันก่อนครับ

จุดศูนย์กลาง Aizu Wakamatsu

บริเวณหน้าสถานี Aizu Wakamatsu

หากเดินทางท่องเที่ยวแบบหลายเมือง เปลี่ยนที่พักบ่อย แนะนำให้ฝากกระเป๋าลากใบใหญ่ไว้ที่สถานีรถไฟที่สะดวกที่สุด หรือเป็นสถานีศูนย์กลาง แล้วนำเสื้อผ้าแต่ละวันเปลี่ยน-ถ่ายใส่กระเป๋าใบเล็กแทน จะทำให้ประหยัดแรง และเที่ยวได้สะดวกสนุกขึ้น

HELPFUL TIPS!

อย่างที่บอกไปว่าเราจะใช้สถานีนี้เป็นศูนย์กลาง เนื่องจากทริปนี้เราเที่ยวหลายเมือง ทำให้ต้องย้ายที่พักทุกวัน แต่จะต้องผ่านสถานีนี้เสมอ สิ่งที่จะเป็นภาระมากที่สุดเห็นจะเป็นกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ แผนของเราคือเช่าตู้ล็อคเกอร์หยอดเหรียญ ฝากกระเป๋าใบใหญ่ไว้ที่นี่ทุกวัน(วันละ 600 เยน) แล้วแวะมาเก็บเสื้อผ้าเก่าหยิบเสื้อผ้าใหม่ใส่กระเป๋าใบเล็กทุกเช้า ใครเปลี่ยนที่พักบ่อยใช้วิธีนี้ทำให้เดินทางได้ง่ายขึ้นอีกเยอะเลยครับ

ชิมร้านโซบะสุดอร่อย Ichi-Ean

ร้านโซบะ Ichi-ean ในสถานี Aizu Wakamatsu

เราแวะร้านโซบะชื่อดังของที่นี่เพื่อหาอะไรร้อนๆทานแก้หนาวและเติมพลังก่อนเดินทางกันต่อ ที่ร้านโซบะ Ichi-ean ที่นี่เค้าทำเส้นโซบะสดๆใหม่ๆทุกวัน ทำให้ตัวเส้นมีความเหนียวนุ่มหนุบหนับทานได้อร่อยมากๆ ด้านหน้าร้านก็มีมุมให้ดูพ่อครัวนวดและทำเส้นโซบะได้ด้วยครับ

เส้นโซบะสดใหม่ เหนียวนุ่มอร่อยมาก

นอกจากตัวเส้นจะเหนียวนุ่มแล้ว น้ำซุปยังอร่อย มีให้เลือกทั้งแบบร้อนและเย็น กับเซ็ทเครื่องแบบต่างๆเช่น เทมปุระ, เทมปุระผัก อร่อยแนะนำเลยครับร้านนี้

รถไฟ Railway Aizu Tajima ขบวนสั้นๆ

เก็บของและเติมพลังกันเสร็จเรียบร้อยแล้วก็มารอรถไฟต่อรถไปที่สถานี Yunokami onsen เป้าหมายแรกของเราในวันนี้กันเลย คนค่อนข้างเยอะทีเดียวเพราะว่ามีเทศกาลหิมะวันนี้

รถไฟต่างจังหวัดแบบนี้ส่วนมากจะมีคนขับคนเดียวทั้งขบวน
ระหว่างทางมีอุโมงค์เรื่อยๆ สัญญาณโทรศัพท์อาจขาดช่วงบ่อยๆ

นั่งขบวนนี้ไปอีกประมาณ 30 นาที ก็จะถึงปลายทางของวันนี้แล้วอีกนิดเดียว เดินทางใช้เวลาค่อนข้างนานหน่อยในวันแรก ถ้ามาจากโตเกียว ใช้เวลารวมๆทั้งหมดประมาณ 3 ชม.ครับ ชมวิวสวยๆสองข้างทางไปพลางๆ

สถานีรถไฟโบราณ Yunokami onsen

คนเริ่มคึกคักต่อคิวเพื่อจ่ายค่ารถไฟและซื้อตั๋วรถบัสขึ้นไปยัง Ouchijuku

ลงรถไฟกันที่สถานี Yunokami onsen ผู้คนที่เดินทางมางานเทศกาลหิมะค่อนข้างคึกคักเลยทีเดียวครับ จากตรงนี้เราต้องซื้อตั๋วรถบัสไป-กลับเพื่อขึ้นยังหมู่บ้าน Ouchijuku กันต่อ

บรรยากาศแบบย้อนยุคภายในสถานี Yunokami onsen

ระหว่างรอรถไฟก็สามารถเข้ามานั่งหลบหนาวได้ภายในสถานี มีฮีตเตอร์และเตาไฟโบราณคอยให้ความอบอุ่นอยู่ ที่สถานีนี้มีน้ำชาร้อนๆให้ดื่มได้ฟรีด้วย บรรยากาศแบบโบราณๆมากครับ

หอนาฬิกา และ บ่อแช่ออนเซ็นเท้าหน้าสถานี

ด้านนอกสถานี Yunokami onsen มีบ่อแช่เท้าให้บริการฟรีด้วย หนาวๆแบบนี้แวะเข้าไปแช่เท้าให้อุ่นๆกันหน่อยก็ไม่เลวเลยครับ

ตัวสถานี Yunokami onsen เก่าแก่โบราณ

ตัวอาคารของสถานี Yunokami onsen เป็นอาคารเก่าแก่ และเป็นเพียงสถานีเดียวในญี่ปุ่นที่ยังมีหลังคาแบบญี่ปุ่นโบราณอยู่ครับ ดูสวยงามแปลกตา

ยืนรอรถบัสหน้าสถานีก็จะหนาวๆหน่อย

เนื่องจากวันนี้มีงานเทศกาลหิมะ มีคนเดินทางกันมาเที่ยวค่อนข้างเยอะ ถึงแม้ว่าเราจะเผื่อเวลาเดินทางมาแล้ว ก็ยังไม่สามารถเดินทางขึ้นไปได้ตามกำหนดการที่คิดไว้ครับ

เส้นทางขึ้นเขาไปยังหมู่บ้านโบราณ Ouchijuku

รอรถบัสอยู่สักพักก็มาถึง ซึ่งในตอนนั้นเรายังไม่รู้เลยว่า เหตุการณ์ข้างหน้าจะเป็นอย่างไร คาดไว้ว่าจะถึงหมู่บ้านภายในครึ่งชั่วโมงและทันดูพลุแน่นอน…

รถเริ่มติดยาว ติดสนิท

เดินทางมาได้สักพักประมาณกลางทางรถเริ่มติด มองไปข้างหน้าติดยาวไม่เห็นหัวแถว เอาน่ะ คนคงเดินทางมาเที่ยวเทศกาลหิมะกันเยอะ ทนหน่อยเดี๋ยวก็ไหลๆไปเรื่อยๆ … น่าเสียดายที่มันไม่เป็นอย่างนั้น เราติดอยู่บนรถไปไหนไม่ได้ ประมาณ 3 ชั่วโมง หลับแล้วหลับอีก ทนแล้วทนอีก สุดท้ายก็ไม่สามารถมาทันเวลาโชว์จุดพลุไปอย่างน่าเสียดาย…

บรรยากาศภายในหมู่บ้าน

มาถึงปลายทางจนได้ ไหนๆก็มาถึงแล้วก็ลงไปเก็บภาพบรรยากาศกันมานิดหน่อย โชคดีนะที่เราสองคนเคยเดินทางมาเที่ยวแล้วที่นี่ อย่างน้อยๆก็ไม่พลาดภาพมุมสูงของหมู่บ้าน

เข้าไปเดินได้ไม่นานก็ต้องออกมาเพราะกลัวจะไม่ทันรถบัสขากลับ มาถึงคิวค่อนข้างยาวและต้องยืนตากหิมะ เพื่อรอรถบัสขึ้นมารับกลับสถานี ตรงนี้ยืนแรกๆไม่ค่อยหนาว พอหิมะเริ่มเกาะหนาขึ้นจะหนาวมากเลยครับทีนี้ ได้รับประสบการณ์ใหม่ๆกับการเผชิญรถติดที่ญี่ปุ่นกว่า 3 ชม.กันไปครับ งานนี้ T_T

เรียวกังบ้านๆน่ารักอบอุ่น Miya Motoya

เรียวกัง Miya Motoya

เราจองที่พักคืนแรกนี้กันไว้ที่ Miya Motoya Ryokan ภายในเมือง Yunokami onsen เนื่องจากช่วงเทศกาลหิมะ ที่พักจะเต็มเกือบหมดและหาค่อนข้างยาก ด้วยความที่เป็นเมืองเล็กๆในต่างจังหวัด ทำให้ไม่มีที่พักในระบบอย่างเว็ปจองโรงแรมต่างๆให้จองได้ง่ายๆ ต้องหาเว็ปที่พักและจองโดยตรง

มื้อเย็นแบบง่ายๆ

จากสถานีเข้าที่พักถ้าเดินจะค่อนข้างไกล เราจึงโทรนัดกับทางเรียวกังให้มารับ รอแปปเดียวก็มารับถึงหน้าสถานีเลยครับ ไปถึงเราก็กังวลว่าจะมีมือเย็นให้ทานไหม แต่คุณน้าเจ้าของเรียวกังที่มาต้อนรับก็บอกว่าเดี๋ยวทำมื้อเย็นให้ ไม่งั้นเดินไปซื้อข้าวที่เซเว่นมันไกล มืดแล้ว รอไม่นานก็มาเสิร์ฟถึงห้องเลยครับ

รูปภาพของสามีภรรยาเจ้าของเรียวกังที่ผนัง น่ารักอบอุ่น
กินข้าวเสร็จแล้วลงมาแช่ออนเซ็น จำง่ายๆสีน้ำเงินผู้ชาย สีแดงผู้หญิง

หลังจากทานมื้อค่ำกันเสร็จแล้วก็ต้องลงไปอาบน้ำล้างตัว แช่ออนเซ็นร้อนๆกันหน่อย เพื่อนๆที่มาพักเรียวกังเล็กๆต่างจังหวัดแบบนี้ ต้องเตรียมตัวไว้หน่อยเพราะส่วนมากจะไม่มีห้องอาบน้ำในห้องนอน จะเป็นห้องอาบน้ำออนเซ็นรวมแยกชายหญิงครับ

ออนเซ็นที่นี่เป็นแบบเล็กๆบ้านๆ เข้าได้ครั้งละ 2-3 คน

น้ำร้อนของที่แหล่ง Yunokami onsen แห่งนี้ค่อนข้างร้อนเลยทีเดียวครับ แต่จากสัมผัสดูแล้วน่าจะมีแร่ธาตุอยู่พอสมควรเลย แช่แล้วผิวนิ่มเลยครับ

ตื่นขึ้นมาเจอหิมะตกจนหนาตั้งแต่เช้าเลยครับ

เมื่อคืนแช่ออนเซ็นแล้วหลับสบายเลยทีเดียว เช้านี้ตื่นมาอากาศหนาวพอสมควรเลย ก่อนที่จะไปเที่ยวกันต่อ เราลงไปกินข้าวเช้าของทางเรียวกังกันครับ

อาหารเช้าแบบเรียบง่าย ปลา ไข่ ผักดอง กับข้าวสวยร้อนๆ

อาหารเช้าของที่นี่จะเป็นแบบลงมาทานกันที่ห้องอาหารของเรียวกัง มีอาหารเตรียมไว้ให้แล้วของแต่ละคนตามห้องครับ สามารถลุกไปตักข้าวสวยร้อนๆและน้ำชาได้ตลอด ทานง่ายๆรสอ่อนๆสบายท้องตอนเช้าๆดีครับ สไตล์คนญี่ปุ่นทานแท้ๆเลย

มุมนั่งเล่นอ่านหนังสือน่ารักๆภายในเรียวกัง
คุณน้าเจ้าของเรียวกัง ทำกันเป็นธุรกิจในครอบครัวเล็กๆน่ารักๆ

ก่อนเช็คเอาท์ออกจากเรียวกังเพื่อไปเที่ยวต่อ คุณน้าก็ออกมาส่งเราที่หน้าประตูและบอกลากัน น่ารักและอัธยาศัยดีมาก สงสัยอะไรก็สอบถามได้ หิวก็จัดเตรียมอาหารให้ เสร็จแล้วก็ได้คุณสามีขับรถพาไปส่งให้ถึงสถานีอีกด้วย

Miya Motoya Ryokan
รถบัสของเรียวกังพาพวกเราไปส่งที่สถานี

กว่าที่เราจะเก็บของและทานข้าวกันเสร็จออกมา หิมะก็หยุดตกแล้ว ฟ้าใสมากเลยทีเดียวครับวันนี้ แต่อากาศก็หนาวมากๆเช่นกันเลย ระยะทางจากสถานีมาที่เรียวกังค่อนข้างไกล ถ้าเดินก็ประมาณ 10 นาที ทางเรียวกังจึงมีรถบัสรับส่งให้บริการ (คนขับก็คือคุณสามีเจ้าของเรียวกังนั่นแหละ!)

รถไฟสาย Aizu Railway

ชมวิวหน้าผาหินิล้านปี

เรานั่งรถบัสมาลงที่สถานี Yunokami onsen เสร็จแล้วต่อรถไฟมาอีกแค่ 5 นาที มาลงที่สถานี Tono Hetsuri เพื่อไปชมหน้าผาหินล้านปีกัน!

บรรยากาศสองข้างทางเต็มไปด้วยหิมะ
บริเวณทางลงไปชมวิวหน้าผา มีร้านค้าและร้านอาหารนิดหน่อย

จากสถานี Tono Hetsuri ให้เราเดินไปตามป้ายบอกทางได้เลย ประมาณไม่ถึง 10 นาทีก็จะถึงตัวหน้าผาครับ ระหว่างทางมีวิวสวยๆให้ได้ชมกันตลอดทางเลย

ด้านหน้าทางลงไปจุดชมวิวมีร้านขายขนมและของที่ระลึก

Tono Hetsuri เป็นภูเขาที่มีลักษณะของหน้าผาที่แปลกตา มีความชันสูง ซึ่งเกิดจากลมและฝนกัดเซาะมาเรื่อยๆกว่าล้านปีจนเกิดเป็นรูปร่างแบบนี้ขึ้น บริเวณด้านล่างก็คือแม่น้ำเฮทซึริ ที่ไหลผ่าน ตัวหน้าผาตั้งตระหง่านหน้าแม่น้ำเหมือนหอคอยเลยครับ

ฟ้าสวย อากาศดีจริงๆเลยวันนี้
วิวสวยๆ ถ่ายมุมไหนก็สวย
ลองมองมุมสูงจากด้านบนดูบ้าง
สูงขึ้นไปอีกกกก
มีการกั้นตาข่ายไว้สำหรับป้องกันเด็กพลัดตก

นอกจากตัวหน้าผาที่ถูกปกคลุมด้วยหิมะจนสวยงามแล้ว ตัวแม่น้ำด้านล่างก็เป็นแม่น้ำที่มีแร่ธาตุจากภูเขาสะสมกันจนทำให้เป็นสีเขียวเหมือนมรกต ไม่ว่าจะมาในฤดูไหนก็มีสีสันที่ตัดกันกับหน้าผาได้อย่างสวยงามลงตัว

น่าเสียดายที่ตัวสะพานแขวนข้ามแม่น้ำไปอีกฝั่งนั้นปิดปรับปรุงซ่อมแซมอยู่ อาจด้วยเพราะฤดูหนาวมีหิมะสะสมด้วยอาจเป็นอันตราย ทำให้เราอดข้ามไปชมวิวจากกลางสะพานกันดูครับ

เดินกลับมารอรถไฟ
เก็บภาพกันเสียหน่อยก่อนกลับ

เสร็จจากชมวิวสวยๆที่ Tono Hetsuri แล้วเราก็เดินกลับมาตามทางเดิมเพื่อขึ้นรถไฟกลับไปยังสถานี Aizu Wakamatsu กันครับ เพื่อไปเที่ยวกันต่อ

ร้านโซบะเล็กๆอีกร้านภายในสถานี Aizu Wakamatsu
โซบะร้อนๆ กับเทมปุระรวม + ไข่ไก่สด

สงสัยว่าที่นี่จะขึ้นชื่อเรื่องเมนูโซบะ ภายในสถานี Aizu Wakamatsu มีร้านโซบะอยู่สองร้านด้วยกันคือ Ichi-ean ที่เราทานกันไปแล้ว และร้านนี้อีกร้าน เป็นเพียงร้านเล็กๆภายในจุดนั่งพักรอรถ เวลาสั่งให้กดตู้หยอดเหรียญเลือกเมนู โซบะร้านนี้รสชาตอร่อย ราคาก็ไม่แพงครับ

ระหว่างรอรถบัสออก

ทานโซบะร้อนๆรองท้องกันแล้วก็ออกเดินทางไปยัง Higashiyama onsen จุดมุ่งหมายถัดไปของเราในวันนี้ จากสถานีนั่งรถบัสไปแค่ประมาณ 20 นาที ให้มาขึ้นที่ป้ายรถบัสหมายเลข 6 บริเวณหน้าสถานีครับ

ป้ายที่ลงคือป้าย A15 Higashiyama onsen Iriguchi

เรานั่งรถมาลงที่ Higashiyama onsen ป้ายด้านหน้าสุดก็จะอยู่ตรงหน้าเรียวกัง Shosuke no Yado ที่เราจะพักกันในวันนี้พอดีเลยครับ

พักสบายที่ Shosuke no Yado

Ryokan Shosuke no Yado

คืนนี้เราพักกันที่เรียวกังนี้เลย Shosuke no Yado เป็นเรียวกังชื่อดังของ Higashiyama onsen ค่อนข้างใหม่และทำเลดีมาก

บริเวณ lobbby

เข้ามาถึงระหว่างรอเช็คอิน พนักงานก็พามานั่งที่ lobby พักคอย พร้อมทั้งเสิร์ฟขนมหวานและชาเขียวร้อนให้ทาน ก่อนที่จะขึ้นไปบนห้องกัน

ห้องพักของเราวันนี้

เข้ามาด้านในห้องแล้วก็ตกใจกับความสวยงามและใหม่ของห้อง ที่ระเบียงมองออกไปก็เห็นวิวภูเขาด้านหลังโรงแรม เราสองคนขึ้นมาเก็บของแล้วเดี๋ยวลงไปแช่ออนเซ็นต่อกันครับ

ตู้ล็อคเกอร์เก็บเสื้อผ้า
มุมแต่งตัวหลังแช่ออนเซ็นเสร็จ

ภายในห้องอาบน้ำของที่นี่จะแยกชายหญิง อุปกรณ์ครบครัน มีบาร์แชมพูที่มีหลายยี่ห้อให้เลือกใช้ตามชอบด้วย บรรยากาศด้านใหม่สะอาดเรียบร้อย เงียบสงบ คนไม่แน่น สามารถแช่กันได้อย่างจุใจ

อาบน้ำด้านในห้องกันก่อนที่จะลงบ่อออนเซ็นทุกครั้งนะครับ
บ่อออนเซ็นด้านนอกบรรยากาศดีมาก
มองเห็นวิวน้ำตกสวยๆแบบใกล้ชิด

สำหรับการแช่ออนเซ็นนั้นมีวิธีอธิบายกันไปในรีวิวก่อนๆแล้ว ง่ายๆก็คือให้ถอดเสื้อผ้าเก็บในตู้แล้วเข้ามาอาบน้ำล้างตัวให้สะอาด ก่อนที่จะลงแช่ในบ่อมีทั้งบ่อด้านในและด้านนอก ห้ามนำผ้าเช็ดตัวลงบ่อนะครับ แช่กันไปชมวิวสวยๆกันไปบอกเลยว่าฟินมากที่นี่

มุม service บริการขนมและเครื่องดื่ม

หลังจากแช่ออนเซ็นเสร็จออกมากันแล้ว ด้านหน้าห้องก็มีมุม service ช่วง 15.00-19.00 จะมีน้ำดื่ม ชา เบียร์ และซอฟต์ครีม บริการตนเองสามารถทานได้ฟรีครับ อร่อยสดชื่นเลย

พร้อมนอน หลับสบาย

หลังจากแช่ออนเซ็นเสร็จและขึ้นมาบนห้อง พนักงานก็มาปูที่นอนไว้ให้เป็นที่เรียบร้อย พร้อมนอน อากาศหนาวๆแบบนี้ได้ห่มผ้านวมหนาๆนอนบนฟูกญี่ปุ่นแบบนี้เป็นอะไรที่หลับฝันดีเลยครับ

บรรยากาศสวยๆยามเช้า
มุมสวยๆในห้องอาหารเช้า

เช้านี้เราตื่นลงมาทาน breakfast ของโรงแรมกัน มีเมนูให้เลือกหลากหลายในไลน์อาหารบุฟเฟ่ต์มื้อเช้า ทั้งแบบญี่ปุ่น และ ตะวันตก นอกจากนี้ยังมีข้าว ซุป และขนมหวานด้วย อิ่มอร่อยเลยครับ

มีถาดหลุมแบบไม้ ช่องเล็กๆน่ารักๆ
ขนมโมจิคลุกผงงาบด

โดยเฉพาะตัวขนมหวานที่เป็นโมจิทำจากแป้งสดๆใหม่ๆทุกวันร้อนๆนำมาคลุกกับตัวผงแบบต่างๆให้เลือก ผมเลือกเป็นผงงาบดคั่ว หอมอร่อยเข้ากับแป้งโมจิสดเหนียวๆนุ่มๆได้ดีมากครับ

หิมะเริ่มตกลงมาอีกครั้ง

เช้านี้หลังจากทานข้าวและเช็คเอ้าท์เสร็จเป็นที่เรียบร้อย เราสองคนก็ออกมารอรถบัสเพื่อกลับไปยังสถานี ที่ป้ายเดิมกับที่เรามาได้เลยครับ

รถบัสกลับเข้าสถานี

สำหรับตอนแรกนี้ก็เป็นที่เสร็จสิ้นกันไปแล้ว เรานั่งรถบัสกลับสถานี Aizu Wakamatsu จุดศูนย์กลางของพวกเรา เพื่อที่จะต่อรถไปเที่ยวที่อื่นกันต่อได้ง่ายและสะดวก ไม่ต้องขนกระเป๋าไปไหนมาไหนไกลนั่นเองครับ รอติดตามชมนะครับว่าเราจะไปที่ไหนกันต่อ!

Location สถานที่ต่างๆในตอนนี้

📌Yunokami onsen https://goo.gl/maps/UDBRDAFSdro

📌Miya Motoya Ryokan https://goo.gl/maps/xq8hpy7YZ2o

📌Ichi-ean Soba https://goo.gl/maps/WiiuJzoExGF2

📌Tono Hetsuri https://goo.gl/maps/9PfbKLCv1k52

📌Shosuke no Yado https://goo.gl/maps/HDzpeMnMTUT2

ฟุกุชิมะมีอะไรให้เที่ยวหลากหลายแบบทุกๆฤดูจริงๆ
เรายังมีอีกหลายที่รออยู่ รอติดตามชมตอนที่ 2 กันนะครับ

สำหรับวันนี้ก็ขอตัวลากันไปก่อนนะครับ ขอบคุณทุกๆท่านที่แวะเข้ามาเยี่ยมชม
หากชอบฝากกด like-share ให้ด้วยนะครับผม สวัสดีครับ ^_^

ติดตามพวกเราได้ที่

👫Youtube : http://bit.ly/DuetYT
👫Facebook : http://bit.ly/DuetFB
👫Instagram : http://bit.ly/DuetIG
👫Website : http://bit.ly/Duetdiary

Facebook Comments